ความจริง วิทยาศาสตร์สนับสนุนคำทำนายโลก ธค 2012 2555 2556

*** มหันตภัยล้างโลก ธค. 2012 พ.ศ. 2556 เปิดทางสู่ยุคทองแห่งสันติสุข-สันติภาพ

สิ่งสำคัญยิ่งที่ท่านไม่ควรเพิกเฉย เรื่องนี้ไม่ทำให้ท่านเสียเงิน แต่ี้จักช่วยท่านรอดชีวิต


ในปัจจุบันโดยเฉพาะประเทศตะวันตก ได้กล่าวถึงมหันตภัยล้างโลกใน ธค. 2012 อย่างกว้างขวาง แต่ไม่มีการกล่าวว่าเรื่องดังกล่าวจะมีหนทางแก้ไขได้อย่างไร โปรดเข้าใจว่า ชีวิตของท่าน คนที่ท่านรักและทรัพย์สินอันมีค่าของท่านนั้น แขวนอยู่บนข้อมูลที่ท่านจะได้อ่านต่อไป ซึ่งเรา metteya.org และเครือข่ายผู้นำของโลกในเรื่องพระจักรพรรดิหรือชื่ออื่นๆ ตามภาษาของชนชาตินั้นๆ มาโดยตลอดเพราะเสนอความจริงมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ด้วยหลักฐานรูปธรรมมีข้อเท็จจริงและที่มาที่ไป ด้านวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลจากองค์การที่เป็นที่รู้จัก เช่น NASA USGS สถาบันการศึกษาชั้นนำ เป็นต้น โปรดคลิกตามข้อที่ท่านสนใจ หรือจะศึกษาตามข้อ

1.  บทย่อ
1.1  เรื่องพระจักรพรรดินี้เป็นของฟรี ไม่จำหน่ายในรูปแบบใดๆ
2.  ฝรั่งส่วนมากคิดอย่างไรกับวันที่พระเจ้าจะพิพากษาโลก ซึ่งกำลังใกล้เข้ามาทุกที
3.  กล่าวถึงปฏิทินมายัน 21 ธค. 2012 เกี่ยวข้องอย่างไรกับมหันตภัยล้างโลก
4.  การเปลี่ยนกลียุคสู่ยุคทองมีสองทางคือ ทางสันติ หรือด้วยการล้างโลกเพื่อเข้าสู่ยุคทอง
5.  ผู้นำการเปลี่ยนยุคสู่ยุคทองโดยความเชื่อของชาวมายัน
6.  พระจักรพรรดิและพระรูป
7.  คนปัจจุบันยึดวิทยาศาสตร์จนทิ้งของดีมีค่าแก่ชีวิตตน
8.  ชาวพุทธเพิกเฉยคำตรัสของพระพุทธเจ้าจริงไหม
8.1  ฝรั่งชอบอ่านหนังสือ ทำให้ทันต่อเหตุการณ์
9.  พ.ศ. ไทยผิดพลาด พระไตรปิฎกมีพิรุธมาช้านาน จะแก้ไขใช้ประโยชน์จริงๆ ได้อย่างไร
10. พระพุทธเจ้าตรัสสนทนากับท้าวสักกะเทวราช เทพจะมาอยู่กับมนุษย์ และพวกลงนรกล่ะ
11. ผู้มีโอกาสรอดชีวิตจากการล้างโลก
12. อย่าพึ่งคิดว่ายังไม่ทำผิด
13. ข้อคิดสำหรับเพศบรรพชิต
14. ถึงผู้รักในหลวง ร. ๙ คือพระมหาเถรโพธิสัตว์ของโลก
15. มหันตภัยล้างโลกไม่ใช่เรื่องในความฝัน
16. สิ่งตามคำทำนายดูเหมือนจะเหลือเชื่อ จะเป็นความจริงได้ไหม
17. การรอดชีวิต
18. การหาพระจักรพรรดิพระองค์จริง

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และคำทำนาย ต่างๆ ที่นำมาเขียนนี้ไม่ต้องการให้กลัว ไม่ให้เชื่องมงาย แต่อยากให้หาข้อเท็จจริง มีเหตุผล เห็นที่มาที่ไปเพื่อประโยชน์เป็นหนทางอยู่รอดของท่านเอง ข้อมูลรวบรวมมาจากพระไตรปิฎก เว็บ metteya.org และเครือข่าย ข้อมูลเดิมที่มีมากว่า 19 ปี และจากการศึกษาเพิ่มเติม

บทย่อ

ภัยพิบัติโลกที่รุนแรงเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด และยังมีเหตุการณ์ที่ผิดปกติธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้นำไปถึงคำทำนายวันตัดสินความผิดมนุษย์นั้น ใกล้เข้ามาทุกที ทางด้านวิทยาศาสตร์ยอมรับคำทำนายเช่น มายัน ที่ล่วงรู้เหตุการณ์ในปัจจุบันด้วยหลักฐานที่คนสมัยนี้โต้แย้งไม่ได้ การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในช่วง 21 ธค. 2012 และ 2013 (พ.ศ. 2556) มีความเข้มข้นขึ้น ดาวเทียมถูกส่งขึ้นไปสำรวจดวงอาทิตย์ และสภาวะแวดล้อมในอวกาศ และมุ่งหาคำตอบในประเด็นต่างๆ รวมถึงการคาดว่ามนุษย์ต่างดาวจะมาโจมตีโลก ตามคำทำนายต่างๆ แล้ว ผู้คนจะตายมากมายด้วยมหันตภัยล้างโลกจากการสิ้นสุดกลียุคในปลายปี 2555 ปี 2556 และปีต่อๆ ไปอีก 7 ปี ในที่สุดจะเหลือผู้คนน้อยนิดที่รอดไปสู่ยุคทองและมีโอกาสอยู่กับเทพเจ้า มนุษย์เหล่านี้จะเป็นเชื้อสายของผู้ไม่เห็นแก่ตน รักสันติสุขและสันติภาพสืบต่อกันในระดับเทพต่อไป สำหรับหนทางรอดหรือผ่อนหนักให้เป็นเบาจากการล้างโลกมีอยู่เพียงหนทางเดียวคือ ต้องพิสูจน์ความจริงของพระจักรพรรดิซึ่งมีพระองค์จริงในปัจจุบัน พระองค์ไม่ใช่พระศาสดา แต่เป็นเทพผู้จุติบนโลก ตามหลักฐานคำทำนายโบราณเช่นเมื่อ 2700 ปีมาแล้ว และคำทำนายที่ยอมรับได้โดยคนทั่วไปเช่น นอสตราดามุส ซึ่งคำทำนายเกี่ยวกับพระจักรพรรดิรวมแล้วมีกว่า 30-40 เรื่อง ท่านที่คิดว่าจะหลอกลวงนั้นเป็นไปไม่ได้ (กลับสู่หัวข้อ)

เรื่องพระจักรพรรดินี้เป็นของฟรี ไม่จำหน่ายในรูปแบบใดๆ

สำหรับบทความนี้ต้องการให้ทุกท่านเข้าถึงโดยไม่ต้องเสียเงินทองไปซื้อหามา ท่านผู้มีจิตเป็นกุศลธรรมสามารถเผยแพร่ข้อมูลนี้ให้ผู้สนใจได้อ่านได้ศึกษาฟรี นับว่าท่านได้ทำบุญหาทางช่วยชีวิตผู้อื่นนั้นย่อมมีค่ายิ่ง เรื่องนี้อาจจะยาวสำหรับบางท่าน จะตัดข้อความลงเกรงว่าจะทำให้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่องขาดหายไป จึงขอให้โปรดศึกษาไปทีละเรื่อง อ่านครั้งนี้ไม่จบ ก็กลับมาอ่านครั้งต่อไป เมื่อท่านเข้าใจแล้วจะได้นำข้อมูลเหล่านี้บอกกล่าวช่วยผู้อื่นให้เข้าใจด้วย การพยายามช่วยชีวิตผู้อื่นเป็นการกระทำที่ทำให้ท่านรอดไปสู่ยุคทอง การสวดมนต์ให้ตัวท่านเองรอดนั้นไม่สามารถช่วยท่านได้ (กลับสู่หัวข้อ)

ฝรั่งส่วนมากคิดอย่างไรกับวันที่พระเจ้าจะพิพากษาโลก (last judgment) ซึ่งกำลังใกล้เข้ามาทุกที

กว่า 35% ของคนบนโลกเป็นคริสเตียนผู้ยึดมั่นในพระคัมภีร์และพระเจ้า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่วันพิพากษาโลกจะมีอิทธิพลกับชีวิตของพวกเขา จะเห็นได้จากในปัจจุบัน มีภาพยนตร์สอดแทรกคำทำนายและภาพยนตร์มหันตภัยพิบัติโลกฉายไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ลักษณะการสร้างภาพยนตร์เหล่านี้ เขาได้ศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะมาจากคำทำนาย ประวัติศาสตร์หรือทางวิทยาศาสตร์มาอย่างดี ไม่ได้จินตนาการขึ้นโดยขาดเหตุผล นอกจากนี้ยังมีสารคดี หนังสือ ข่าวต่างๆ ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจากสถาบันทางวิทยาศาสตร์และการศึกษาที่น่าเชื่อถือ ได้บ่งถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับมหันตภัยโลกในเดือนธันวาคม 2555 และปี 2556

ไม่กี่คนทราบว่านาซ่า(NASA) มีศูนย์วิจัยด้านพระคัมภีร์ พระเจ้า เรื่องลี้ลับ ทำให้พวกเขาเห็นว่างานดาราศาสตร์ฟิสิกส์เข้ากันกับคำทำนายโบราณ แต่ไม่ประกาศข้อมูลเรื่องมหันตภัยล้างโลกออกเป็นทางการ เพราะจะเป็นผลเสียกับเศรษฐกิจโลกอย่างร้ายแรง แล้วใครจะรับผิดชอบ  อย่างไรก็ตามมีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านเช่นจากนาซ่าเอง ได้พยายามชี้แนะว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกในช่วง 21 ธค. ค.ศ. 2012 และปี พ.ศ. 2556 การเกิดมหันตภัยโลกนี้จะเกิดขึ้นรวดเร็วแบบไม่มีเวลาให้มนุษย์ตั้งตัว ตามที่นักวิทยาศาสตร์นาซ่ายกภาพยนตร์มหันตภัยโลกอันรวดเร็วกลับสู่ยุคน้ำแข็ง (The day after tomorrow) ให้เป็นตัวอย่าง (กลับสู่หัวข้อ)

กล่าวถึงปฏิทินมายัน (Mayan Calendar) 21 ธค. 2012 เกี่ยวข้องอย่างไรกับมหันตภัยล้างโลก

ปฏิทินมายันเป็นเสมือนวงล้อสองกลุ่มมีหมุนไปข้างหน้าหรือถอยหลังได้ เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าทั้งหลาย ความเป็นไปของจักรวาลและยุคต่างๆ บนโลกนี้ และยังบ่งบอกแม้การเพราะปลูกเมื่อน้ำมากน้ำน้อย การเตรียมพื้นที่ทำการเพราะปลูก จะกล่าวว่าเป็นปฏิทินโหราศาสตร์ก็ไม่ได้ เพราะปฏิทินมายันสามารถใช้ดูเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาแม้การสิ้นยุคเช่นสัตว์พวกไดโนเสาร์ หรือการสิ้นกลียุคในปัจจุบันคือ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 และน่าจะรวมถึงการบอกความเป็นไปในภายภาคหน้า แต่น่าเสียดายที่ความรู้และหลักฐานต่างๆ ถูกทอดทิ้งทำลายไปเนื่องจากการล่าอาณานิคมของสเปนเข้ามาสู่อเมริกากลาง ถามว่าปฏิทินมายันมีความน่าเชื่อถือเพียงใด มายันทราบเกี่ยวกับเมื่อไรจะเกิดสุริยุปราคา จันทรุปราคา และเกี่ยวกับดาวพระศุกร์ด้วย แม้นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าเอง ยังรับว่า มายันรู้การเรียงตัวของสุริยะจักรวาลกับแกนกลางของกาแลคซีทางช้างเผือก (Galactic Alignment) รู้กระทั้งหลุมดำ (Black Hole) ทั้งที่มายันไม่มีกล้องดูดาว เขารู้ได้อย่างไรนั้น ไม่มีคำตอบ ปฏิทินมายันบ่งบอกการเปลี่ยนยุคของมนุษย์มีอยู่ 4 ยุคเช่นเดียวกับความเชื่อของคนสมัยโบราณทั้งยุโรปและเอเชีย และยุคตามปฏิทินมายันที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้เป็นยุคที่ 5 หรือยุค 1 เดิม คือยุคทองซึ่งมนุษย์จะได้อยู่กับพระเจ้าภายหลังจากยุค 4 คือกลียุคปัจจุบัน ที่มนุษย์อยู่กับมารและสิ่งชั่วร้ายที่ี้กำลังจะหมดไป เวลาหนึ่งยุคของมายันมี 5125 ปี ซึงใกล้เคียงยุคในคัมภีร์เช่น ศาสนาคริสต์ และพุทธทำนายที่พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องยุคของพุทธศาสนามี 5000 ปี ซึ่งน้อยกว่ายุคของมายัน 125 ปี และปีแห่งการเปลี่ยนยุคของพระพุทธเจ้าโคตมคือ พ.ศ. 2556 ซึ่งต่างกับ 21 ธค. 2012 ของมายันเพียงแค่ 10 วัน (กลับสู่หัวข้อ)

การเปลี่ยนกลียุคสู่ยุคทองมีสองทางคือ ทางสันติ หรือด้วยการล้างโลกเพื่อเข้าสู่ยุคทอง

1. มนุษย์เข้าสู่สันติสุขโดยการนำของผู้ที่มาจากพระเจ้า ที่มีชื่อเรียกตามความเชื่อของชนชาติต่างๆ มายันเรียกเก็ทซัลกัวล์หรือกูกูล์กัน คือผู้ป้องกันธรรมะ รักษาความดี ทำลายสิ่งเลวร้าย  พระพุทธศาสนาคือพระจักรพรรดิ เป็นต้น
2. โดยมหันตภัยล้างโลก ถ้าผู้คนไม่สนใจเรื่องพระจักรพรรดิ มหันตภัยล้างโลกจำต้องเกิดขึ้น ผู้ที่รอดชีวิตจากการล้างโลกคือคนที่มีจิตใจดี มีความเมตตากรุณา ไม่เห็นแก่ตนเป็นที่ตั้ง จากนั้นโลกมนุษย์จะสันติสุขยิ่ง ไม่มีสงคราม ไม่มีการเบียดเบียน ไม่มีโจรผู้ร้าย ไม่อดอยาก ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลตลอดไป หรือที่เล่ากันมาถึงยุคพระศรีอารย์นั่นเอง (กลับสู่หัวข้อ)

ผู้นำการเปลี่ยนยุคสู่ยุคทองโดยความเชื่อของชาวมายัน

ยุคของมายันใช้ 5125 ปี ซึ่งกลียุคของมายันเริ่มเมื่อ 13 สิงหาคม 3114 BC เมื่อหักออกจาก 5125 ปี จึงหมดในประมาณช่วง 21 ธันวาคม 2012 AD หรือ พ.ศ. 2555 ปฏิทินมายันแสดงได้ถึงวันเดือนปีที่เทพเก็ทซัลกัวล์จะกลับมามาช่วยมนุษย์เกิดสันติสุขขึ้น ท่านคิดหรือไม่ว่าเทพเจ้าช่วยมายันสร้างปฏิทินขึ้น เหมือนกับสิ่งที่ปรากฏบนโลกอีกหลายแห่งที่นักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  แต่เท่าที่มีหลักฐานแน่ชัดคือ พระเจ้าเป็นผู้บ่งบอกและแสดงให้นอสตราดามุสเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าเหมือนผู้เห็นเหตุการณ์ท่านอื่นๆ ที่กล่าวว่าเทพเจ้าเป็นผู้ให้บันทึกเรื่องอนาคตกาล (กลับสู่หัวข้อ)

พระจักรพรรดิและพระรูป

เรื่องพระจักรพรรดิไม่ใช่ปรากฏแค่ในพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องนี้มีมานานก่อนสิทธัตถะกุมารประสูติ พระจักรพรรดิไม่ใช่พระศาสดาสอนศาสนา พระศาสดาเอกของโลกคือพระพุทธเจ้าโคตม ซึ่งตรัสว่าพระจักรพรรดิจะมาทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้อยู่ครบพุทธกาลคือ 5,000 ปี อ่านข้อ “…. พระไตรปิฎกมีพิรุธมาช้านาน ….” ท่านควรจะเข้าใจ เมื่อพิจารณาทุกคำทำนายเช่นของมายันตามที่กล่าวมา ชื่อกรุงเทพฯ เป็นต้น ได้บ่งถึงพระจักรพรรดิคือเทพมาจุติเพื่อช่วยมนุษย์สร้างสันติสุขขึ้นบนโลกในปัจจุบัน คนไทยเองกราบไหว้บูชาพระจักรพรรดิโดยไม่รู้ตัว พระรูปพระจักรพรรดิพิจารณาได้จากพระเนตรที่ 3 เพราะพระจักรพรรดิคือท้าวสักกะเทวราชผู้มี 3 เนตรและไม่อยู่ในเพศบรรพชิต นอกจากนี้ยังพิจารณาพระจักรพรรดิจากเครื่องทรงได้อีกทางหนึ่ง พระรูปพระจักรพรรดิปรากฏเช่น พระแก้วมรกต พระพุทธชินราช พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ วัดหน้าพระเมรุราชิการาม ซึ่งได้กล่าวถึงสิ่งเหลือเชื่อของวัดนี้ เพราะเป็นวัดเดียวเท่านั้นในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกพม่าทำลาย สำหรับศาสนาฮินดู เทพผู้จะมารักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมและให้โลกดำเนินไปด้วยธรรมะ พระองค์นั้นคือพระนารายณ์ ซึ่งถ้าศึกษาค้นคว้าให้ลึกซึ้ง พระนารายณ์ก็คือภาคหนึ่งของท้าวสักกะเทวราชนั่นเอง

(กลับสู่หัวข้อ)

คนปัจจุบันยึดวิทยาศาสตร์จนทิ้งของดีมีค่าแก่ชีวิตตน

คนในปัจจุบันเชื่อในวิทยาศาสตร์เพราะเอาวัตถุมาสร้างให้ใช้งานตอบสนองความต้องการของคนได้ จนลืมมองกลับไปยังศาสนาซึ่งมีข้อมูลสำคัญที่มนุษย์สมัยนี้ไม่ได้สนใจศึกษามากนัก ขอยกตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมหันตภัยล้างโลกที่จะเกิดขึ้น เรื่องนี้มีบ่งอยู่ในคัมภีร์ 2000 กว่าปีว่า ดาวอังคารเคยมีทะเลมาก่อนแต่ด้วยมนุษย์ดาวอังคารทำแต่ความไม่ดี พระเจ้าจึงลงโทษล้างโลกดาวอังคาร ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์พึ่งยอมรับว่าดาวอังคารเคยมีทะเลมาก่อนจริง ผู้บันทึกเรื่องดาวอังคารลงในคัมภีร์บ่งว่าพระเจ้าเป็นผู้ให้เขียนไว้ พระพุทธเจ้าโคตมยังตรัสว่าได้สนทนากับเทพเจ้าคือท้าวสักกะเทวราชมาแล้วเช่นกัน ถ้าท่านใดคิดว่ามนุษย์ต่างดาวเป็นเรื่องไร้สาระ โปรดทราบว่ามนุษย์ดาวอังคารมนุษย์ต่างดาวเป็นที่ยอมรับโดยนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกแล้ว สถาบันวิจัยนาซ่าเอมส์ตั้งคำถามว่า "วิทยาศาสตร์หลอกลวงหรือ" เพราะทำไปทำมานักวิทยาศาสตร์บอกเองว่าไม่รู้อะไรจริง ไม่รู้แม้น้ำเป็นอะไร เกิดอย่างไร แรงดึงดูดคืออะไร คนไทยอยู่กับสิ่งดีงามคือสมาธิวิปัสสนา แต่ปัดทิ้งตามฝรั่ง แต่หารู้ไม่ว่าฝรั่งเขากำลังค้นคว้าตำนานต่างๆ เพื่อใช้เป็นประตูเข้าไปสู่ความลี้ลับที่วิทยาศาสตร์เข้าไม่ถึง

(กลับสู่หัวข้อ)

ชาวพุทธเพิกเฉยคำตรัสของพระพุทธเจ้าจริงไหม

สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสมีคุณค่ายิ่งที่คนไทยส่วนมากละทิ้งให้ฝุ่นจับ เล่าเรียนก็เพียงผิวเผิน เมื่อพิจารณาพุทธทำนาย ซึ่งบ่งบอกรายละเอียดหนทางรอดจากมหันตภัยล้างโลก แต่จะมีใครสนใจบ้าง พูดกันแต่เพียงว่ามหันตภัยล้างโลกเกิด-ไม่เกิด ไม่ได้พูดกันว่าจะมีทางแก้ไขได้อย่างไรหรือไม่ ทั้งๆ ที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงประเทศกลางชมพูทวีปมีกษัตริย์เป็นประมุข ก็คือประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งในกึ่งพุทธกาลจะมีพระโพธิสัตว์ถึงสองพระองค์ ที่จะมาแก้ไขมหันตภัยล้างโลก และทะนุบำรุงนำพระพุทธศาสนาสืบต่อยืนยาวจนครบพุทธกาลหรือไปถึง พ.ศ. 5,000 สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้นี้ชัดเจน เมื่อศึกษาแล้วทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 คือพระมหาเถรโพธิสัตว์ และอีกพระองค์คือพระธรรมมิกราช หรือผู้ปราบมารด้วยพระธรรม หรือพระจักรพรรดิหรือท้าวสักกะเทวราชนั่นเองที่พระองค์แบ่งภาคมาจุติที่กรุงเทพฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มีใครสักกี่คนสนใจสิ่งดีงามที่จะเกิดขึ้นกับโลกบ้าง มีแต่มารคอยขัดขวางทำลายพระจักรพรรดิและการหาข้อเท็จจริงในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพุทธทำนาย เหมือนที่มารพยายามทำลายพระพุทธเจ้าโคตมมาแล้ว (กลับสู่หัวข้อ)

ฝรั่งชอบอ่านหนังสือ ทำให้ทันต่อเหตุการณ์

ฝรั่งตื่นตัวเรื่องคำทำนาย ธค 2012 เพราะเขาศึกษา ซึ่งต่างกับคนไทยส่วนใหญ่ และคนไทยบางคนให้ข้อสังเกตว่า มีผู้ทำนายเกี่ยวกับโลกแตก(Doomsday) และเกี่ยวกับการมาของ เมสสิยาห์ หรือเมสซายะห์ (Messiah) หรือ การกลับมาครั้งที่สองของจีซัสไครสต์ (The second coming Christ) แล้วไม่เป็นจริงสักครั้ง เรื่องนี้ต้องพิจารณาว่าผู้ทำนายไม่ได้เป็นที่รู้จัก ไม่มีหลักฐานแน่ชัด เป็นการกล่าวของแต่ละบุคคลโดยไม่มีผู้ทำนายอื่นๆ สนับสนุน และไม่มีผลงานทางวิทยาศาสตร์รองรับ สำหรับเรื่อง Y2K (Year 2000) คือปฏิทินของคอมพิวเตอร์จะไม่เปลี่ยนเมื่อปี 2000 มาถึง จะทำให้เศรษฐกิจเสียหายอย่างใหญ่หลวง ในครั้งนั้นได้มีการแก้ไขโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องก่อนล่วงหน้าที่จะเกิดผลเสียหายขึ้น ดังนั้นทั้งสองเรื่องจึงเอามาเทียบกับคำทำนาย ธค 2012-2013 ไม่ได้ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่ขอให้คิดถึงความเป็นจริง(กลับสู่หัวข้อ)

พ.ศ. ไทยผิดพลาด พระไตรปิฎกมีพิรุธมาช้านาน จะแก้ไขใช้ประโยชน์จริงๆ ได้อย่างไร

พุทธศักราชเถรวาทเร็วไป 48 ปี ในตำราพุทธศาสนาชี้ว่ามีพิรุธจริง จะมีกี่คนที่รับรู้ สนใจและจะพิสูจน์หลักฐานได้อย่างไร และทำไมต้องหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์ว่าพระพุทธเจ้าตรัสพุทธทำนายถูกต้องว่า เหตุการณ์เกิดในช่วงกึ่งพุทธกาลนั้นเป็นจริง ในพระไตรปิฎกแสดงถึงพระพุทธเจ้าโคตมตรัสว่าพระพุทธศาสนาจะลดลงกึ่งหนึ่งนั้นเป็นจริง ผู้มีปัญญาธรรมย่อมเห็นได้จากความจริงในปัจจุบัน สำหรับจดหมายเหตุในรัชการที่ 1 ที่สมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะถวายตอบพระองค์ว่า “พระบาลี และ อรรถกถาฎีกาพระไตรปิฎกทุกวันนี้พิรุธมากมาช้านานแล้ว” จริงไม่จริงก็ลองพิจารณาว่าพระไตรปิฎกที่จารึกลงบนใบลานในครั้งแรกนั้นกระทำหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้วประมาณ 433 ปี ซึ่งความผิดพลาดย่อมมีขึ้นได้เป็นธรรมดา สำหรับพุทธศาสนาเจริญหรือเสื่อมในอินเดียและศรีลังกาขึ้นอยู่กับผู้ครองอำนาจในแต่ละสมัย โดยอินเดียตอนใต้รวมไปถึงศรีลังกา พุทธศาสนาถูกศาสนาพราหมณ์ครอบงำโดยสิ้นเชิงในสมัยอาณาจักรปาลลาระ(Pallara) ช่วง พ.ศ. 800-900 ต่อมาประมาณ พ.ศ. 1700 มหาวิทยาลัยนาลันทาศูนย์พุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาได้เสื่อมลง ในประมาณ พ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกมาและรบชนะกษัตริย์ฝ่ายเหนือของอินเดีย และได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถานรวมทั้งมหาวิทยาลัยนาลันทา บันทึกเล่าว่า พระภิกษุที่นาลันทาถูกสังหารแทบหมดสิ้น ปัจจุบันศาสนาพุทธในอินเดียเหลืออยู่ประมาณ 7.5 % เท่านั้น ในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของไทย ครั้งล่วงมา ๒,๐๒๐ ปี พระธรรมทินเถรเจ้าผู้เป็นมหาเถรอยู่ ณ เมืองนพิสีนคร (เมืองเชียงใหม่) พิจารณาเห็นพระไตรปิฎก พิรุธมาก จึงได้จึงถวายพระพรแก่พระเจ้าศิริธรรมจักรวรรดิดิลกราชาธิราชชำระพระปริยัติ(พระพุทธพจน์หรือพระไตรปิฎก)ให้บริบูรณ์ ต่อมาศึกสงครามต่างๆ ทั้งหัวเมือง เมืองหลวงเป็นเหตุให้พระไตรปิฎกถูกทำลาย สมณะผู้จะรักษาร่ำเรียนพระไตรปิฎกนั้นก็พลัดพรากล้มตายไปมาก ไม่สามารถแก้พระไตรปิฎกที่จารึกบนในลานที่มีพิรุธได้ ในปัจจุบันยังมีความหวังครั้งสุดท้ายอยู่ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ในกึ่งพุทธกาล พระโพธิสัตว์ทั้งสองพระองค์จะทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งโรจน์ยิ่งสืบต่อไปจนครบพุทธกาลคือ พ.ศ. 5,000 ได้ เราพุทธศาสนิกชนคิดอะไรกันอยู่หรือ (กลับสู่หัวข้อ)

พระพุทธเจ้าตรัสสนทนากับท้าวสักกะเทวราช เทพจะมาอยู่กับมนุษย์ และพวกลงนรกล่ะ

พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องเทพเจ้าจะมาอยู่กับมนุษย์ ในคัมภีร์ไบเบิลบ่งไว้เช่นเดียวกันว่าพระเจ้าจะมาเช็ดน้ำตาให้และอยู่กับมนุษย์ในยุคทองใหม่นี้หลังจากที่มีการล้างโลกเกิดขึ้น ซึ่งผู้คนที่มีมิจฉาทิฐิจะตายมากมายไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นใคร ใหญ่โตแค่ไหน ร่ำรวยมีอำนาจมีศักดิ์ศรีเพียงใด เป็นนักบวชหรือไม่ก็ตาม ถ้าผู้คนเหล่านี้ถือดี ใช้ความคิดของตนเป็นใหญ่ หรือบ้างก็ปกป้องความเชื่อของตนไว้ไม่หาข้อเท็จจริงอันบริสุทธิ์ถูกต้องในธรรม ถึงแม้บางผู้คนจะสวดมนต์ภวนาเอาตัวรอดอย่างไรก็ไม่พ้น ผู้ต่อต้านหรือเพิกเฉยไม่สนใจการหาข้อเท็จจริงเพื่อการปรากฏของพระจักรพรรดิ ไม่ว่าเป็นไปทั้งทางตรงและทางอ้อม บุคคลเหล่านี้มีความผิดและต้องรับผิดชอบผู้คนที่ล้มตายเดือดร้อนมากมายด้วย เพราะนั่นเป็นวิถีของมารที่เห็นแก่ตน ขาดปัญญาธรรมทำให้สันติสุขเกิดขึ้นยังไม่ได้ บุคคลเหล่านี้จะมีเครื่องหมายลับอยู่ที่หน้าผากด้วยนั้น จะถูกนำไปสู่นรกอเวจีรวมกับพวกผิดศีลธรรมจริยธรรมในทะเลไฟบรรลัยกัลป์อีกชั้นหนึ่ง ข้อน่าสังเกต นรกตามความเชื่อของศาสนาต่างๆ ถึงแม้จะสอนธรรมะต่างๆ กันอย่างไร แต่เรื่องนรกแล้วยังได้กล่าวถึงความผิดของมนุษย์ที่ถูกบันทึกลงในสมุด จะแก้ตัวอย่างไรไม่มีประโยชน์ สิ่งที่เห็นได้จากภาพอย่างหนึ่ง คือความเชื่อในศาสนาต่างๆ มีกระทะต้มน้ำมีไฟลุกโซนและผู้ทำผิดถูกนำลงไปในกระทะเหมือนๆ กัน

(กลับสู่หัวข้อ)

ผู้มีโอกาสรอดชีวิตจากการล้างโลก

ผู้ที่เหลือรอดชีวิตจากมหันตภัยล้างโลก คือผู้มีจิตใจมีกุศลหรือฉลาดในธรรม อยากช่วยเหลือผู้อื่นให้เห็นความจริงในธรรมเป็นที่ตั้ง หลักฐานเรื่องผู้อยู่รอดหลังจากการล้างโลกนั้นเหลือน้อยนิด ไม่เพียงพระพุทธเจ้าตรัสแค่นั้น ยังมีหลักฐานอื่นๆ ที่บ่งไว้ในทำนองเดียวกันเช่น คำภีร์ไบเบิล และจารึก 8 ภาษาบนแผ่นหินขนาดใหญ่ที่รัฐจอร์เจีย  สหรัฐอเมริกา ที่บ่งจำนวนผู้รอดชีวิตมีเพียง 500 ล้านคนเท่านั้น จากประชากรโลกขณะนี้ 6,000 ล้านคน เรื่องนี้มีหลักฐานชี้ได้ว่าผู้จ้างสลักอักษรบนศิลาขนาดใหญ่นั้น ย่อมได้รับความรู้มาจากเทพเบื้องบน และถ้ามีผู้สงสัยว่า ผู้คนที่รอดชีวิตได้นั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร ตามพยากรณ์ เทพจะเป็นผู้กำหนดว่าบุคคลใดสมควรได้รับการช่วยเหลือให้รอดชีวิตมาสู่โลกใหม่ ที่ไม่มีความทุกข์ มีแต่ความสุขและีสันติภาพตลอดไป คิดอะไรก็ได้สมปรารถนา(กลับสู่หัวข้อ)

อย่าพึ่งคิดว่ายังไม่ทำผิด

ฉะนั้นขอให้เข้าใจว่า ถ้ามีผู้กล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่เคยทำผิดอะไร ทำแต่บุญสวดภาวนาให้ได้ไปอยู่บนสรวงสวรรค์ แล้วผิดอะไรหรือถึงต้องไปตกนรก ท่านทำผิดตรงไหนหรือ ถ้าท่านผู้นั้นไม่ได้สนใจใยดีช่วยผู้อื่น ช่วยแต่ตนเอง หาชื่อเสียง หาประโยชน์ให้ตน มันเป็นความผิดที่มีความเห็นแก่ตนเองเป็นที่ตั้ง คิดให้ดี ความตาย ความลำบาก การขาดสันติสุขของผู้คน เกิดขึ้นบนโลก ในทุกๆ วันนี้ มีปัญหามากมายเพราะความเห็นแก่ตนเป็นใหญ่ นี่ครอบครัวฉัน นี่ประเทศของฉันใช่ไหม ซึ่งโลกยุคทองที่จะเกิดขึ้นต่อไปไม่ว่าโดยการนำของพระจักรพรรดิ หรือจะเกิดจากการล้างโลกก็ตาม ผู้คนในยุคทองจะมีปัญญาอันบริสุทธิ์ มีความคิดที่ไม่ใช้ความเชื่อเป็นฐาน แต่จะมีปัญญากุศลธรรม ไม่มีมิจฉาทิฐิ อ่อนโยน มีเมตตากรุณาไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่เห็นแก่ตนเป็นที่ตั้ง ช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่คิดว่านี่เป็นลูกฉัน ครอบครัวฉัน ทุกคนเป็นที่รักซึ่งกันและกันเหมือนกันไปหมด ไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีขอบเขตของประเทศ ทุกคนเสมือนเกิดมาจากมารดาบิดาคนเดียวกัน คือท้าวสักกะเทวราชผู้กำเนิดสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย จะเป็นเหมือนมนุษย์ดาวอังคารที่เหลือจากการถูกล้างโลกอังคารมาแล้ว พวกเขาเปรียบได้เสมือนพวกเทพ เขาไม่ต้องการมารุกรานโลก ไม่มีใครต้องการโลกมนุษย์เหมือนกับเราไม่ต้องการดินแดนที่มีแต่โจร มีแต่เชื้อโรคฉันใดฉันนั้น (กลับสู่หัวข้อ)

ข้อคิดสำหรับเพศบรรพชิต

การทำดีก็เสมอตน แต่การกระทำผิดใดๆ ถือว่าผิดหนักกว่าฆราวาสหลายเท่านัก คิดให้ดีการเพิกเฉย การเชื่อสิ่งมีพิรุธ หรือการต่อต้านการพิสูจน์พระจักรพรรดิองค์จริงด้วยหลักฐานข้อเท็จจริงตามกาลามสูตร ย่อมเป็นการปล่อยให้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือของยักษ์ของมาร ตามที่พระพุทธเจ้าโคตมตรัสไว้ ไม่ควรกลัวความจริงจะถูกเปิดเผย แต่ถ้าจะกลัวบุคคลเพียงคนเดียวคือพระจักรพรรดิ ย่อมไม่มีเหตุผล ควรคิดถึงความทุกข์ยากของผู้คนทั้งหลายเป็นหลัก การพิสูจน์ความจริงกับคนทั้งประเทศทั้งโลกมันหลอกกันไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว ผู้คนและพระสงฆ์มีปริญญาเรียกกันดอกเตอร์มากมาย และยังมีสื่อทุกรูปแบบที่จะทำลายผู้ปลอมแปลงเป็นพระจักรพรรดิลงได้ในพริบตาี นอกเสียจากบุคคลท่านนั้นคือพระจักรพรรดิองค์จริงเท่านั้นที่จะทำลายไม่ได้ และพระจักรพรรดิองค์จริงจะนำมนุษย์ให้เกิดสันติสุขสันติภาพที่แท้จริงแล้วผิดตรงไหน พระจักรพรรดิไม่ต้องการทำไปเพื่อพระองค์เอง ท่านจุติมาจากเทพไม่ต้องการอะไรจากความสกปรกจากโลกมนุษย์ คิดใหม่ให้ดี สิ่งทีพระจักรพรรดิต้องการคือมาช่วยมนุษย์ให้มีสันติสุขที่แท้จริง แล้วท่านก็จะจากไปในช่วงแค่ 3 ปีตามที่นอสตราดามุสทำนายไว้ ทุกสิ่งที่เรา metteya.org เขียนมา มีหลักฐานคำทำนายและหลักฐานอื่นๆ ที่มีที่มาที่ไปยืนยัน ไม่ได้ยกขึ้นมาลอยๆ ขอให้เข้าใจว่าเวลาของมนุษย์เหลือน้อยเต็มที และนี่เป็นหนทางสุดท้ายเพื่อหยุดหรือผ่อนหนักของโลกามหาวินาศให้เป็นเบาได้ โปรดอย่าฟังกันเพียงด้านเดียวตามที่ถูกใจตน อย่าตกเป็นทาสของมารที่จะพยายามทำลายล้างพระจักรพรรดิเหมือนมารพยายามทำลายพระพุทธเจ้าโคตมมาแล้ว โปรดฟังทุกๆ ด้านเพื่อความเป็นธรรม (กลับสู่หัวข้อ)

ถึงผู้รักในหลวง ร. ๙ คือพระมหาเถรโพธิสัตว์ของโลก

เป็นความจริงไหมที่มีผู้ที่กล่าวว่าเทิดทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยิ่ง แต่เห็นไม่กี่ท่านเมื่อทราบเรื่องพุทธทำนายแล้ว กล้ากล่าวกล้าแสดงว่าในหลวงของไทยคือพระมหาโพธิสัตว์ตามหลักฐานข้อเท็จจริง ในหลวงรัชการที่ ๙ คือพระมหาเถรโพธิสัตว์จริง โปรดพิจารณาที่พระพุทธเจ้าโคตมตรัสพุทธทำนาย ในกึ่งพุทธกาลคือปัจจุบันนั้น พระมหาเถรโพธิสัตว์คือกษัตริย์อยู่ในประเทศกลางชมพูทวีป หรือทวีปของพระพุทธศาสนา และประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่มีกษัตริย์ คนไทยไม่ดีใจหรือ พระจักรพรรดิองค์จริงมีหลักฐานแสดงต่อชาวโลกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทย รัชการที่ ๙ คือ พระมหาเถรโพธิสัตว์ของโลก (พระพุทธเจ้า์ในโลกหน้า) พระองค์จะนำประเทศไทยจะเข้าสู่ประเทศศรีวิไลตามที่พระสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสีทำนายไว้ เราผู้รักในหลวงไม่ควรเงียบอยู่ใช่ไหม เห็นฝรั่งยกย่องเทิดทูนพระเกียรติพ่อหลวงแล้วน้ำตาไหล เราคนไทยอย่ากลัวว่าชาวโลกจะรับรู้ว่าพ่อหลวงของคนไทยคือพระมหาโพธิสัตว์ของโลกเลย โปรดอย่าใช้ความไม่เชื่อมาต้านหลักฐานความเป็นจริง หรือมีอะไรมาปิดปากปิดใจท่านไว้หรือ คิดให้ดีถ้าคนที่เรารักได้ดิบได้ดียังดีใจพูดเล่ากันไปได้ แล้วพระองค์เป็นพ่อของชาติทำไมถึงนิ่งเฉยอยู่

เกจิอาจารย์หลายรูปกล่าวถึงพ่อหลวงคือพระโพธิสัตว์ ผู้สนใจควรอ่านเรื่องของเจ้าคุณนรรัตน์ฯ (พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต) วัดเทพศิรินทร์ทราวาส กรุงเทพฯ "ในหลวงพระองค์นี้ คือพระโพธิสัตว์" ทำความเข้าใจการสนทนาระหว่างพ่อหลวงกับหลวงตามหาบัวเรื่องพุทธภูมิกับสาวกภูมิ และ คิดถึงคำกล่าว "วันหนึ่งข้างหน้า ในหลวงจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า" ของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลาวัน นครราชสีมา เป็นต้น (กลับสู่หัวข้อ)

มหันตภัยล้างโลกไม่ใช่เรื่องในความฝัน

การเกิดมหันตภัยล้างโลกหรือโลกามหาวินาศตามคำทำนายและตามคาดการของนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพายุสุริยะและการสลับขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ครั้งใหญ่สุดในช่วงปลายปี 2555 และ 2556 นั้น ขอสรุปข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และคำทำนายดังนี้ การรวมตัวของพลังความเข้มของสนามเส้นแรงแม่เหล็กจากใจกลางดวงอาทิตย์จะเข้าสู่สภาวะเรียงตัวบีบอัดรุนแรงยิ่งด้วยพลังเสริมจากเทพเจ้า และเกิดการสลับขั้วของเส้นแรงแม่เหล็กขึ้นเพื่อการปรับยุคใหม่ไปทั่วจักรวาล และด้วยพลังของเส้นแรงแม่เหล็กและพายุสุริยะนี้ทำให้แกนลูกกลมขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์ที่อยู่ภายในของโลก (Earth Core) ที่เป็นตัวสร้างสนามแม่เหล็กโลกซึ่งลอยอยู่ในของเหลวร้อนภายในโลกที่แสดงท่าอ่อนกำลังเตรียมจะสลับขั้วแม่เหล็กโลกอยู่แล้ว ได้พลิกตัวไปตรงข้ามจากเดิม ทำให้สนามแม่เหล็กโลกเกิดการสลับขั้วไปด้วย (earth's electromagnetic field reversal)

โปรดเข้าใจว่าโลกวัตถุไม่ได้กลับขั้ว ประเทศไทยยังชี้ไปทางทิศเหนืออย่างเดิม ในช่วงสนามแม่เหล็กสลับขั้วนี้เอง สนามแม่เหล็กโลกเดิมที่เคยป้องกันพลังพายุสุริยะและแสงคอสมิกจากดวงอาทิตย์ไม่สามารถป้องกันสิ่งมีชีวิตบนโลกได้อีกต่อไป เพราะการป้องกันนั้นมีช่องว่างและมีกำลังอ่อนเกินไปที่จะป้องกันได้  จนกว่าจะต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งที่สนามแม่เหล็กโลกจะเข้าสู่สภาวะคงที่ตามเดิมซึ่งไม่มีใครทราบว่าจะนานเท่าไร แต่จากพุทธทำนายวิเคราะห์ได้ว่าใช้เวลา 7 ปี ในช่วงที่โลกขาดการป้องกันนี้ ทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกเสมือนอยู่ในเตาอบไมโครเวฟมหึมา ระบบไฟฟ้าโดยเฉพาะระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์จะถูกทำลายสิ้น เครือข่ายไฟฟ้า(Electrical grid)จะถูกทำลายลง มนุษย์จะอยู่บนโลกที่ไร้ไฟฟ้า น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือและใต้จะละลายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่แอนตาร์กติกาขั้วโลกใต้ ที่มีภูเขาน้ำแข็งสูงประมาณ 1.6 กม. บนพื้นที่ประมาณ 14 ล้านตารางกม. น้ำแข็งที่ละลายเหล่านี้จะเพิ่มปริมาณน้ำในมหาสมุทรให้สูงขึ้นในทันทีประมาณ 60-70 เมตร (ข้อมูลจาก USGS-สำนักงานการสำรวจทางภูมิศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา) ประเทศไทยน้ำทะเลขึ้นถึงเมืองอุตรดิตถ์ สำหรับน้ำแข็งที่อาร์กติกขั้วโลกเหนือมีผลน้อยเพราะน้ำแข็งที่ลอยตัวอยู่ในมหาสมุทรไม่ได้เพิ่มปริมาณน้ำในมหาสมุทรขึ้นมา ในขณะเดียวกันจากความต่างศักดิ์ทางไฟฟ้าบนชั้นบรรยากาศในขณะที่สนามแม่เหล็กโลกที่ยังไม่คงที่และเผชิญกับพายุพร้อมด้วยสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดฟ้าฝ่ารุนแรงยิ่งไปทั่วโลกซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสถึงไฟจากฟ้า ไฟไหม้ใหญ่จะเกิดขึ้นทั่วไป พายุฝนเกิดรุนแรงยิ่ง น้ำจะท่วมโลกเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ตามคำทำนายส่วนใหญ่กล่าวถึงฝนตกต่อเนื่องไม่หยุดเป็นเวลาหลายเดือน ความไม่คงที่ของสนามแม่เหล็กกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่แบบที่มนุษย์ไม่เคยพบเห็น สึนามิยักษ์จะถล่มพื้นแผ่นดิน พระพุทธเจ้าตรัสแผ่นดินจักถล่มเป็นทะเล

ผู้คิดว่าเป็นไปไม่ได้โปรดพิจารณาว่าดาวพฤหัสที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่าโลกกว่า 11 เท่า ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปกะทันหันและรวดเร็ว คนบนโลกไม่สามารถทราบได้อะไรเกิดขึ้น มาทราบก็หลังจากที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วเมื่อ 8 พ.ค. 2553 แล้วโลกเล็กนิดเดียวจะเป็นไปบ้างไม่ได้หรือ

ท้ายนี้ขอสรุปมหันตภัยของพายุสุริยะและรังสีคอสมิกมาถึงพื้นโลกที่นักวิทยาศาสตร์พูดถึง ซึ่งมนุษย์ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน มันเป็นเรื่องมองไม่เห็นเหมือนสายเคเบิลไฟฟ้าแรงสูงที่ดูไม่มีพิษมีภัย จึงขอยกตัวอย่างที่คล้ายๆ กันในหนังสือขายดีที่สุดในปี 2552 เกี่ยวกับอเมริกาถูกโจมตีด้วยระเบิดกระตุ้นเส้นแรงแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Pulse Explosion หรือ EMP) โดย ดร. วิลเลี่ยม ฟอรสท์์เซ็น (Dr. William Forstchen) นั้น ทำให้ระบบที่ใช้ไฟฟ้าและทุกสิ่งทุกอย่างไม่ทำงาน คนตายไป 80 % อเมริกาจะถอยหลังกลับไป 400 ปี มันรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูมากนัก ผู้ไม่ประมาทย่อมรู้หนทางที่จะก้าวเดินต่อไป
(กลับสู่หัวข้อ)

สิ่งตามคำทำนายดูเหมือนจะเหลือเชื่อ จะเป็นความจริงได้ไหม

ขอให้พิจารณาว่าโลกมีการเปลี่ยนยุคมาหลายครั้งแล้วโดยไม่มีมนุษย์เกี่ยวข้อง จากหลักฐานหลายอย่างเช่น การพบกระดองเต่าจากเขตร้อนในเอเชียที่ไปอยู่ใต้น้ำแข็งทางเหนือของคานาดา ลูกช้างแมมมอธลิวย์บะ (Baby mammoth Lyuba) ที่กำลังดื่มนมแม่ของเธอได้ถูกน้ำพัดพาไปอยู่ไซบีเรีียนั้น ด้วยความเย็นจัดได้รักษาคุณภาพของสมบัติที่ล้ำค่าทางวิทยาศาสตร์ไว้อย่างดี แม้ร่องรอยการสำลักน้ำและโคลนยังเห็นได้ และยังมีสัตว์อื่นๆ ที่ถูกฝังไว้ใต้น้ำแข็งขั้วโลก สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าปริมาณน้ำท่วมนั้นมากมายและรวดเร็วขนาดไหน ทีสามารถทำให้น้ำย้อนขึ้นไปสู่ทางขั้วโลกเหนือได้แทนที่น้ำจะไหลลงสู่แนวเส้นศูนย์สูตรตามแรงโน้มถ่วง และอากาศได้เปลี่ยนแปลงเย็นลงในทันทีทันใดทำให้เกิดน้ำแข็งปกคลุมไปทั่ว ขอให้คิดถึงการเปลี่ยนไปของดาวพฤหัสตามที่กล่าวมาแล้วอีกครั้ง ก่อนที่จะกล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ ด้วยหลักฐานเหล่านี้ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะเกิดมหันตภัยล้างโลกขึ้นครั้งนี้ จะเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ท่านไม่ต้องหนีไปไหน เพราะไปที่ไหนก็ไม่พ้นความตาย คนดีเท่านั้นที่จะได้รับการช่วยเหลือจากมนุษย์ต่างดาว ภัยพิบัติล้างโลกที่จะเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรกของโลก หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการล้างโลกได้เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว และเท่าที่ตรวจสอบช่วงปฏิทินของมายันตามช่วงระยะเวลา (Timeline) ต่างๆ มีความเป็นไปได้เช่นกัน สำหรับพุทธทำนายตรัสถึงการล้างโลกเพื่อกำจัดพวกอธรรมมีมิจฉาทิฐิจะดับสูญไปจากโลกโดยใช้เวลา 7 ปีจากปี พ.ศ. 2556 (กลับสู่หัวข้อ)

การรอดชีวิต

เราเหลือเวลากันอีกไม่มาก สำหรับเวลาที่จะแก้ไขนั้นแทบไม่มี แต่ยังดีกว่าเพิกเฉย ผู้มีกุศลธรรมและเพื่อการอยู่รอดเข้าสู่ยุคทอง โปรดช่วยเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปเพื่อให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของพระจักรพรรดิองค์จริงขึ้น เพื่อพระจักรพรรดิจะได้แสดงพระองค์ และแก้ไขมหันตภัยล้างโลกให้หยุดหรือผ่อนหนักเป็นเบา ท่านไม่ต้องกลัวว่าจะตกเป็นเครื่องมือของใคร เพราะการหาความจริงต่อหน้ามหาชนเป็นสิ่งที่หลอกลวงใครๆ ไม่ได้อยู่แล้ว การสวดมนต์มนต์ภวนาให้ท่านรอดชีวิตไม่มีประโยชน์อันใดดังที่กล่าวมาแล้ว ถ้าจะรอให้พระจักรพรรดิปรากฏเองนั้นเป็นไปไม่ได้ ทุกคำทำนายบ่งไว้ชัดเจนว่าต้องพิสูจน์ความจริงขึ้นก่อน (กลับสู่หัวข้อ)

การหาพระจักรพรรดิพระองค์จริง

ตามคำทำนายต่างๆ และหลักฐานชี้ชัดว่าพระจักรพรรดิปรากฏขึ้นแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2535 ตรงคำทำนายของนอสตราดามุส ซึ่งเป็นปีแรกที่อากาศในภูมิภาคที่พระจักรพรรดิอยู่ ผิดปกติธรรมชาติ อากาศหน้าหนาวเป็นร้อน อากาศหน้าร้อนเป็นหนาว เกิดพายุมากเป็นประวัติการณ์ ฟ้าฝ่ารุนแรง แผ่นดินไหวใหญ่ น้ำท่วมใหญ่ ได้เกิดขึ้นและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันไม่หยุด หนทางเดียวที่จะหยุดน้ำท่วมไปทั่วโลกและภัยพิบัติที่ผิดธรรมชาตินั้น คือต้องหาความจริงของพระจักรพรรดิเท่านั้น ดังข้อความบนหนังสือพิมพ์ที่อเมริกาเมื่อ 7 มีค. 2540 ซึ่งเรื่องเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ว่ามนุษย์จะสามารถกระทำได้เอง ยกเว้นต้องได้รับการช่วยเหลือจากเทพเบื้องบน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่คนปัจจุบันสร้างขึ้นไม่ได้ เช่นคำทำนาย 2700 ปีมาแล้วบ่งว่า บ้านพระจักรพรรดิอยู่บนยอดเนินเขา 7 ลูกที่คนทุกชาติจะไปหา รายละเอียดได้ถูกเพิ่มสถานที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนล่วงหน้าที่จะมีประเทศนี้กว่า 200 ปี โดยนอสตราดามุสเขียนคำทำนาย 4 บรรทัดไม่จบต้องต่อไปอีก 4 บรรทัดชี้ว่าอยู่ที่เมืองเล็กในเมืองใหญ่ และในช่วงนั้นจะมีการระเบิดสะพาน ซึ่งโอกาสเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ถ้าเทพเจ้าไม่บอก นอสตราดามุสเขียนไว้ว่าเทพทรงให้เห็นอนาคตกาลและพระองค์ติดตามสิ่งที่กำหนดไว้ ที่น่าสนใจยิ่งคือนอสตราดามุสเห็นแม้กระทั่งพระจักรพรรดินั่งสมาธิญาณต่างกับพระพุธเจ้าโคตม


นี่เป็นตัวอย่างของคำทำนายที่มีมากกว่า 30-40 เรื่อง ซึ่งถ้าไม่ใช่พระจักรพรรดิองค์จริงแล้วจะไม่สามารถแสดงหลักฐานต่างๆ ได้ ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้ผู้ที่คิดว่าเป็นพระจักรพรรดิที่มีอยู่ทั่วโลก ส่งเรื่องราวและหลักฐานมาที่หน่วยงานที่เชื่อถือได้เพื่อการหาพระจักรพรรดิองค์จริง และแสดงข้อมูลนั้นๆ ต่อสาธารณะชนทางสื่อและอินเทอร์เน็ต  และคัดเลือกว่าหลักฐานไหนเป็นเหตุผล เป็นที่ยอมรับได้ในสากล เพื่อให้โอกาสท่านผู้นั้นได้มาชี้แจงบนสื่อที่ประชาชนทั่วไปรับรู้ได้ การพิสูจน์ที่สำคัญ พระจักรพรรดิองค์จริงจะรู้สูตรการสร้างทุกสิ่งทุกอย่างแม้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในจักรวาล งานทางวิทยาศาสตร์ที่ทำกันอยู่นี้ผิดที่ไหน เป็นต้น ฉะนั้นเรื่องเช่นนี้หลอกคนทั้งโลกไม่ได้ โปรดเข้าใจว่าเวลารอดชีวิตของท่านทั้งหลายเหลือน้อยเต็มที โปรดอย่าประมาทในข้อเท็จจริง บุญกุศลที่ท่านเผยแพร่และสนับสนุนให้มีการพิสูจน์ความจริงของพระจักรพรรดิองค์จริง จักช่วยท่านรอดพ้นจากมหันตภัยล้างโลกในครั้งนี้ นอสตราดามุสเขียนไว้ว่า มนุษย์ไม่ได้อยู่ตามลำพัง มนุษย์อยู่ในสายพระเนตรของเทพเจ้าที่มีความเด็ดขาดและไม่เห็นด้วยกับมารทั้งหลาย แต่ท่านมีสิทธิ์ทุกประการที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องที่กล่าวมา หรือท่านจะค้นคว้าคำทำนายเองก็คงไม่ต่างจากที่สรุปมา (กลับสู่หัวข้อ)

ขอขอบคุณ และขอความโชคดีมีสุขสวัสดี จงมีแด่ทุกท่านเทอญ

สำหรับผู้ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้ที่ metteya.org หรือคลิกที่ลิงค์แนะนำดังนี้

1. หนทางอยู่รอด - โลกาวินาศกับพระศรีอารย์ - ความเป็นมาและหลักฐานส่วนหนึ่ง
2. พระศรีอารย์ ในพระไตรปิฎก๒๐กัณฑ์ - เทพเป็นผู้กำหนดภัยพิบัติและคำทำนาย
3. พระศรีอาริยเมตไตรย หรือ พระศรีอารย์คือใคร - สิ่งที่เืทพเจ้ากำหนดไว้ 10 ข้อ
4. พระพุทธเจ้าคือพระศาสดาเอกของโลก พระจักรพรรดิคือพระศรีอารย์ - ทำความเข้าใจได้ง่าย
5. หลักฐานแสดงมนุษย์ต่างดาวมีจริง - หลักฐานที่นักวิทยาศาสตร์โลกยอมรับ

17 ธค. 2554 
กลับไปหน้าแรกของ metteya.org